3.3.1. มีป้ายจราจรภายในโรงพยาบาล ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถมองเห็นได้ชัดเจน (ประเมินเฉพาะบริเวณส่วนให้การรักษาพยาบาล)
3.3.2. มีป้ายบอกทางไปยังอาคาร/แผนกต่างๆ มองเห็นได้ชัดเจน พร้อมระบบไฟส่องสว่างที่เหมาะสม
3.3.3. มีห้องน้ำ-ส้วม สำหรับผู้พิการ-ผู้สูงอายุ ภายในมีราวพยุงตัวติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมฃ
3.3.4. มีห้องน้ำสำหรับเด็กเล็ก เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
3.3.5. ระบบไฟฟ้ากำลัง: มีแผนผังระบบไฟฟ้ากำลังภายนอก แสดงแนวสายไฟฟ้าแรงสูง และสายไฟฟ้าแรงต่ำ, ตำแหน่งหม้อแปลง
ตำแหน่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแสดงขนาด ชนิดของสายไฟ การจ่ายไฟ เป็นต้น
3.3.6. ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีแนวสายไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ เป็นระเบียบ ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางจราจร
3.3.7. ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง บริเวณที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าแบบตั้งพื้น และนั่งร้าน หม้อแปลงไฟฟ้ามีระบบการต่อลงดิน มีที่ว่างเพื่อปฏิบัติงาน
รถซ่อมบำรุงเข้าถึงได้ มีรั้วป้องกัน มีป้ายแจ้งเตือนระวังอันตรายไฟฟ้าแรงสูง
3.3.8. ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีแผงเมนประธานหลักประจำอาคาร (ตู้ MDB), ตู้สวิตช์ตัดตอน (PANEL BOARD) และมีระบบการต่อลงดิน
3.3.9. ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้หม้อแปลงไฟฟ้า, แผงเมนประธานหลักประจำอาคาร (ตู้ MDB) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน มีระบบการต่อลงดิน
3.3.10. ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีการต่อลงดินของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร
3.3.11. ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีการต่อลงดินของระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า ในพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ไฟฟ้า(กลุ่ม 2) (ยกเว้นกลุ่ม 1)
เช่น บริเวณห้องผ่าตัด, ห้อง ICU ฯลฯ ซึ่งการจ่ายไฟฟ้าที่ไม่ต่อเนื่องสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
3.3.12. ออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างภายนอกอาคาร: ความส่องสว่างบริเวณผิวจราจร (21 ลักซ์) บริเวณที่จอดรถ (50 ลักซ์) และบริเวณพื้นที่ทั่วไปภายนอกอาคาร
ในเวลากลางคืน และตรวจสอบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างภายนอกอาคาร ให้มีอุปกรณ์ป้องกันการใช้กระแสเกิน และป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วสว่างภายนอกอาคาร
ให้มีอุปกรณ์ป้องกันการใช้กระแสเกิน และป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว
3.3.13. ออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในอาคาร: ให้ความสว่างในเวลากลางวัน/กลางคืน กับพื้นที่ภายในอาคาร บริเวณทั่วไป ให้มีความเหมาะสมต่อพื้นที่ใช้งาน
มีค่าความสว่างเพียงพอ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่ประเทศไทย
3.3.14. ออกแบบระบบไฟสำรองฉุกเฉินจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การติดตั้ง สถานที่และพื้นที่ปฏิบัติงานในห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหมาะสม เป็นไปตามหลักวิศวกรรม
มาตรฐานวิศวกรรมไฟฟ้า และกฎหมายกำหนด กรณีแหล่งจ่ายไฟปกติล้มเหลวใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที ในการจ่ายไฟอัตโนมัติ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
มีระบบการต่อลงดิน
3.3.15. ออกแบบระบบและมีการติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าฉุกเฉินยูพีเอส UPS (Uninterruptible Power Supply) แบบ True Online Double Conversion Design,
Pure Sine Wave สำหรับอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยวิกฤต เช่น ในห้องผ่าตัด, ห้องไอซียู และมีแบตเตอรี่สำรองจ่ายกระแสไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 นาที
3.3.16. ออกแบบระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน โคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน และโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน มีการติดตั้งรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐาน วสท.
และติดตั้งครอบคลุมตามพื้นที่บันไดทางหนีไฟ ทางสัญจร ห้องเครื่อง สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2-2.70 เมตร
3.3.17. ออกแบบชนิด จำนวน และสีของเต้ารับไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถแยกแยะระหว่างเต้ารับไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง
รวดเร็ว เลือกใช้กับอุปกรณ์บริภัณฑ์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย
3.3.18. ออกแบบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่ติดตั้ง และอุปกรณ์ประกอบ ว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณโดยอัตโนมัติ และอุปกรณ์แจ้งเหตุ
ครอบคลุมตามพื้นที่ เช่น โถงเส้นทางหนีไฟ โถงพักรอ ห้องพักผู้ป่วย ห้องทำงาน ห้องเครื่อง ให้รูปแบบเป็นไปตามมาตรฐาน วสท. และกฎหมายกำหนด
3.3.19. ออกแบบระบบป้องกันการเข้าออก (Access Control) เป็นระบบแบบ MANUAL หรือแบบอัตโนมัติ เพื่อป้องก้น และควบคุมการเข้าถึงในสถานที่เฉพาะ
ที่ต้องการความปลอดภัย
3.3.20. ออกแบบติดตั้งระบบโทรศัพท์, ระบบสื่อสารด้วยความเร็วสูง, ระบบเรียกพยาบาล และระบบเสียงประกาศ ครอบคลุมทุกระบบ และติดตั้งเหมาะสมตามพื้นที่ใช้งาน
3.3.21. ออกแบบการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแรงดัน และกระแสเกินภายในอาคารที่แผงจ่ายไฟฟ้าหลัก (ตู้ MDB), ที่แผงเมนย่อยประจำอาคาร (ตู้ SDB)
และมีการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า
3.3.22. มีการแยกประเภทของลิฟต์ตามการใช้งาน เป็นสัดส่วนสำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป มีขนาดและจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน (โรงพยาบาลระดับ F
ที่มีอาคารไม่เกิน 2 ชั้น ไม่ต้องประเมิน)
3.3.23. ออกแบบบริเวณโถงหน้าลิฟต์บรรทุกเตียงคนไข้ ต้องมีพื้นที่สามารถ เข็นเปลนอนสวนกันได้ สะอาด มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างที่เหมาะสม
3.3.24. ออกแบบให้มีลิฟต์สำหรับผู้พิการและทุพพลภาพสามารถใช้งานได้ลักษณะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด สำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปที่ไม่มีทางลาด
3.3.25. ออกแบบระบบลิฟต์ กรณีไฟฟ้าดับจัดให้มีระบบ ARD (Automatic Rescue Device) เพื่อให้ลิฟต์สามารถเคลื่อนไปเทียบยังชั้นที่ใกล้ที่สุดและประตูลิฟต์
จะต้องเปิดออกทันที
3.3.26. ออกแบบพื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน ต้องมีอากาศที่สะอาดจากภายนอกเติมเข้าสู่พื้นที่บริการ/ปฏิบัติงาน ให้ได้อัตราการถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม
ทั้งโดยวิธีธรรมชาติหรือวิธีกล
3.3.27. ออกแบบการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศในบริเวณห้องตรวจ พื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน
3.3.28. ออกแบบระบบควบคุมการติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน ควบคุมแรงดันของอากาศภายในห้องคัดแยกผู้ป่วย ห้องรักษาพยาบาล ห้องเตรียมการพยาบาล
ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศหรือการระบายอากาศออกนอกอาคารในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ให้กระจายออกจากห้อง ไปพื้นที่อื่นของสถานพยาบาล
3.3.29. ออกแบบระบบควบคุมแรงดันของอากาศภายในห้องตรวจผู้ป่วยที่แสดงอาการโรคติดเชื้อทางอากาศ มีความดันเป็นลบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคออกสู่ภายนอก





