3.2.1. มีแผนแม่บท เพื่อพัฒนาและวางผังโรงพยาบาลด้านอาคารและสภาพแวดล้อม
3.2.2. มีผังบริเวณ การจัดการแผนผังโรงพยาบาลและแบบแปลนอาคารของโรงพยาบาล รวมทั้งมีระบบการจัดเก็บที่เป็นปัจจุบัน
3.2.3. ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล ให้มีการแบ่งช่องทางสัญจรสำหรับยานพาหนะและผู้สัญจรทางเท้าอย่างชัดเจน
3.2.4. ทางเข้า-ออกหลักของโรงพยาบาล -กรณีช่องทางเดียวรถทางเดี่ยว (one-way) ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 3.50 เมตร หรือ -
กรณีช่องทางเดินรถสองทาง/เดินรถสวนทาง (two-way) ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร
3.2.5. มีป้ายนำทางบอกทิศทางและระยะทางสู่โรงพยาบาล ติดตั้งอยู่บนถนนสาธารณะสายหลัก สายรอง และทางแยกในระยะที่เหมาะสม
3.2.6. มีป้ายชื่อโรงพยาบาล ป้ายชื่ออาคารที่เป็นหน่วยบริการสำคัญ ได้แก่ แผนกฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยนอก เป็นต้น ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวันและมีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน
3.2.7. ออกแบบบริเวณจุดตัดถนนให้มีป้ายบอกทางชัดเจนและปราศจากสิ่งบดบังสายตา
3.2.8. ออกแบบจุดที่เป็นทางข้ามถนนและมีความต่างระดับให้เป็นทางลาดเอียง เพื่อให้สามารถนำเก้าอี้มีล้อ (Wheelchair)
หรือผู้ทุพพลภาพหรือคนชราผ่านได้โดยสะดวก พร้อมจัดให้มีป้ายเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะว่าเป็นทางข้ามสำหรับผู้เดินเท้า
3.2.9. ออกแบบให้มีทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารในทุกหน่วยบริการของโรงพยาบาล โดยมีความกว้างประมาณ 2.50 เมตร เพื่อสะดวกต่อการเข็นเปลนอนผู้ป่วยสวนกันได้
และไม่มีสิ่งกีดขวางที่เป็นอุปสรรคต่อการสัญจร
3.2.10. ออกแบบทางลาดให้กรณีที่ระดับพื้นอาคารมีความต่างระดับกันมากกว่า 1.3 เซนติเมตร จะต้องทำทางลาดเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการ
3.2.11. ออกแบบให้แยกพื้นที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกจากแนวทางวิ่งของรถ และแสดงเครื่องหมายทิศทางอย่างชัดเจน
3.2.12. ออกแบบให้มีที่จอดรถสำหรับผู้พิการอยู่ใกล้ทางเข้าอาคารผู้ป่วยนอก ลักษณะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด และมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงอย่างชัดเจน
3.2.13. ออกแบบบริเวณพักผ่อนให้มีพื้นที่รองรับเพียงพอ มีความร่มรื่น สวยงาม สงบมีอากาศถ่ายเทที่ดี และเหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละวัยรวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุ
3.2.14. ออกแบบพื้นที่ระหว่างอาคารให้มีการจัดภูมิทัศน์ โดยเลือกใช้พรรณไม้ที่ดูแลรักษาง่าย หรือใช้วัสดุตกแต่ง พื้นผิวซึมน้ำ (Porous Pavement)
และมีแผนปฏิบัติการบำรุงรักษา




